ขัดสี กับ เคลือบสี ต่างกันอย่างไร

Last updated: 2021-07-02  |  284 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ขัดสี กับ เคลือบสี ต่างกันอย่างไร

การขัดสี และ เคลือบสี วอช แอท มี ขอพูดถึงความแตกต่างกันก่อนนะคะ  ซึ่งเริ่มกันตั้งแต่อุปกรณ์ที่ใช้ อย่างขัดสีจะใช้เครื่องมือ 2 แบบ แล้วแต่ความหนักเบาของรอยบนแล็คเกอร์ โดยเราจะแยกการขัดสีออก 2 กลุ่ม ตามประเภทเครื่องขัดก่อนนะคะ

1.ขัดแบบ DA Polisher ไฟฟ้า  ซึ่งข้อดีสำหรับเครื่องตัวนี้ คือ เมื่อขัดไปแล้ว จะสามารถรถลบรอยหนัก ขัดลบรอย  Hologram หรือรอยขนแมว (Swirl) โดยที่ไม่ทิ้งริ้วรอยหลังการขัด  และเจ้าเครื่องตัวนี้  ยังมีข้อดี อีก 1 อย่าง คือ จะไม่ทำให้รถสีบาง หรือความเสียหายของแล็คเกอร์ 

2.ขัดแบบเครื่องหมุน Rotary ร่วมกับขนแกะ ซึ่ง การขัดลักษณะแบบนี้  จะช่วยลบรอยขีดข่วนหนักได้เร็ว แต่ก็จะมีความเสี่ยงต่อสีรถ คือจะทำให้สีบางลงเมื่อขัดบ่อยๆ  รวมถึงการทิ้งรอยริ้วแสง (Hologram)  หลังการขัดได้  ดังนั้นการหากเราใช้เครื่องหมุนแบบRotary ขัดลบรอยแล้ว เราควรจะต้องขัดตามด้วยเครื่องขัดแบบ DA Polisher ไฟฟ้า  อีกครั้งเพื่อทำการลบรอยริ้วแสง (Hologram) ก่อนจะทำการเคลือบสี

 

สำหรับการเคลือบสีจะใช้เป็นเครื่องมือแบบเหวี่ยง DA ระบบลม ใช้ร่วมกับฟองน้ำละเอียด 

 

ขัดสี

          พูดง่ายๆเลยมันก็คือการฟื้นฟูสภาพพื้นผิวของสีนั่นแหละ โดยที่จะทำการขัดในระดับชั้นของแล็คเกอร์ที่หมอง ให้มันกลับมาเงางามอีกครั้ง รวมไปถึงจัดการลบรอยขนแมวที่เกิดขึ้นจากการใช้งานทั่วไปอีกด้วยคะ ซึ่งการขัดสีนั้นจะเหมาะกับรถที่ใช้งานมาอย่างหนักจนเป็นรอยมาก แต่ต้องบอกก่อนนะคะว่ามันไม่สามารถลบรอยที่มีรอยลึกมากได้ เช่น ไปชนหนักหรือคว่ำมา วิธีตรวจสอบว่ารอยลึกมากหรือไม่ ก็ง่ายๆค่ะ ให้เพื่อนๆลองใช้ด้านหลังเล็บลูบผ่านรอยนั้นดู หากรู้สึกสะดุด แสดงว่ารอยนั้นลึกพอสมควรอาจจะไม่สามารถขัดออกได้ แต่ถ้าลองถูแล้วไม่รู้สึกสะดุด ก็สบายใจได้เลยค่ะว่าขัดออกแน่นอน

เคลือบสี

         เป็นการเคลือบให้สีมีความเงาเงามากกว่าเดิม แถมยังช่วยปกป้องชั้นเนื้อสี หรือผิวแล็คเกอร์ไม่ให้หมองจากแสงแดดหรือมลภาวะต่างๆ การเคลือบสี จะมีทั้ง แบบ Paste wax (ขี้ผึ้ง)  , Sealant wax (แบบLiquid หรือโลชั่น)  และแบบสุดท้าย Spay wax (แบบน้ำฉีดแล้วเช็ด)  การเคลือบสีสามารถทำได้ทันทีหลังล้างรถเสร็จ  แต่หากเราต้องการความเงางามที่เพิ่มขึ้น  อาจจะเพิ่มการลูบดินน้ำมัน ก่อน แล้วจึงเคลือบสีตามอีกครั้งก็ได้เช่นกัน

       สำหรับรถที่ขัดสีเสร็จแล้ว อาจจะมีความเงาไม่สม่ำเสมอกับส่วนอื่นๆของรถ ก็ควรจะทำการเคลือบสีเพิ่มได้ แต่เอาจริงๆแล้วการเคลือบสีนั้นจะเน้นไปทางของทำให้รถดูเงางามเสียมากกว่า เพราะกระบวนการทำนั้นจะไม่มีในส่วนของการขัดหยาบเพื่อลบรอยขีดข่วน ทำให้มันเหมาะสำหรับรถที่มีพื้นผิวที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว หรือรถที่ไม่ได้ใช้งานอย่างหนักนั่นเอง

          เป็นอย่างไรบ้างคะกับข้อแตกต่างของทั้ง 2 แบบ แต่ส่วนใหญ่แล้วร้านคาร์แคร์จะพูดกันอย่างติดปากว่า “ขัดเคลือบ” ซึ่ง แต่ละร้านอาจนิยาม คำว่า “ขัดเคลือบ”ไม่เหมือนกัน หากลูกค้าไม่กำหนดราคาหรือแยกไม่ชัดเจน  ลูกค้าอาจจะเสียค่าใช้จ่ายเกินเป้าหมายที่วางไว้ได้  

       สำหรับ  วอช  แอท มี  เราแบ่งประเภทการขัดสีออกเป็น 3 ประเภท

       1.ขัดเคลือบสี 3 ขั้นตอน (หรือที่นิยมเรียกว่าขัดขี้ไคล/ขัดเงา)  ประกอบไปด้วย การลูบดินน้ำมัน  การขัดPre Wax /คลีนเนอร์  และตามด้วยการเคลือบสี ราคาจะเริ่มต้นรถขนาดเล็ก 1,200 บาท

       2. การขัดแบบ Wetlook คือการขัดแบบลบรอยริ้วแสง( Hologram) หรือรอยขนแมว (Swirl)  และตามด้วย การเคลือบสี  การขัดแบบนี้จะเหมาะกับสีรถที่มีริ้วรอยบางๆ  ต้องการฟื้นฟูให้เกิดความเงางาม สีฉ่ำเข้มขึ้น  ราคาจะเริ่มต้นรถขนาดเล็ก 1,800 บาท

       3. การขัดแบบลบรอยเต็มระบบ PCS คือการขัดแบบลบรอยหนัก รอยลึก (ที่ยังสามารถขัดได้) โดยจะใช้ทั้งเครื่องขัดแบบ Rotary และ DA Polisher ร่วมกัน เพื่อลบรอยริ้วแสง( Hologram) หรือรอยขนแมว (Swirl)  และตามด้วย การเคลือบสี  การขัดแบบนี้เหมาะสำหรับรถที่ใช้งานหนักๆ รอยเยอะ  หรือรถที่ขาดการดูแล  เพื่อคืนสภาพให้เหมือนรถใหม่ป้ายแดง   ราคาจะเริ่มต้นรถขนาดเล็ก 2,800 บาท

       ส่วนการเคลือบสี  นั้น  ก็จะแบ่ง ตามเกรดของน้ำยาเคลือบ ซึ่งราคาจะเริ่มต้น  รถขนาดเล็กที่  350 บา

Powered by MakeWebEasy.com